สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้มะม่วงออกดอกในปีนี้ไม่เคยเหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา นี่อีกไม่กี่วันก็จะเข้าเดือนมีนาคมแล้วปรากฎว่ามะม่วงต้นที่ยังไม่ออกดอกกำลังจะแทงช่อดอกออกมา ซึ่งตอนแรกคิดว่าคงไม่ออกช่อดอกแล้วโดยเฉพาะมะม่วงเขียวมรกต อาจจะเป็นเพราะอากาศที่ตอนเช้าอุณภูมิยังต่ำและหนาวเย็นอยู่ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยมีส่วนช่วยให้มะม่วงออกช่อก็เป็นได้ ถึงจะออกดอกช้าดีกว่าไม่ออกดอกเลยเพราะจะทำให้พี่น้องเกษตรกรที่มีสวนมะม่วงเขียวมรกตรวมทั้งตัวผู้เขียนด้วย อาจจะสูญเงินแสนถ้าไม่ได้ขายมะม่วงในปีนี้ นับว่ายังโชคดีอยู่ที่อากาศในตอนกลางคืนและช่วงเช้าหนาวเย็นยาวนานกว่าทุกๆปี.
ในช่วงวันที่ 27-28ก.พ.60 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 13-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม. /ชม. ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.- 5 มี.ค. 60 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยทางตอนบนของภาค อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 12-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม. /ชม.
ออกประกาศ 27 กุมภาพันธ์ 2560 กรมอุตุวิทยา



การออกช่อดอกมะม่วงปี 2560



การออกช่อดอกของมะม่วงในฤดูกาล ปีนี้ 2560 ปรากฏว่าการออกช่อดอกของมะม่วงรู้สึกว่าจะช้า และผิดปกติ กว่าปีก่อนๆ ตามปกติของทุกปี ปลายเดือน ธันวาคม มะม่วงก็จะออกช่อดอกปรากฏให้เห็นทั่วต้นแล้ว ปีนี้ ณ.ตอนนี้วันที่ 10 มกราคมแล้ว มะม่วงยังไม่แทงช่อดอกเลย สาเหตุอาจจะเกิดจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ค่อยหนาวเหมือนทุกปี ทำให้มะม่วงเลยออกดอกช้าไป และอาจจะมีฝนตกเยอะในปีนี้ทำให้การการสะสมอาหารเพื่อการออกดอกของมะม่วงยึดออกไป เพราะในน้ำผนมีไนโตรเจนมาก ทำให้มะม่วงเจริญเติบโตทางใบมากกว่าการสร้างตาดอกนั่นเอง



วิธีกำจัดเพลี้ยจักจั่น


เพลี้ยจักจั่น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “แมงกะอ้า” มีสีเทาปนดำ ขนาดของลำตัวยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ตัวเมียจะวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ รูปร่างยาวรี สีเหลืองอ่อน โดยที่วางไข่เสียบเข้าไปตามแกนกลางใบอ่อนหรือก้านช่อดอกระยะไข่ 7-10 วัน เมื่อไข่ฟักเป็นตัวอ่อนก็จะเริ่มทำลายทันที ตังอ่อนเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ ระยะ 17-19 วัน ทั้งตัวแก่และตัวอ่อนเคลื่อนไหวว่องไว เมื่อแดดร้อนจัดจะหลบซ่อนอยู่ตามหลังใบ การทำลายตัวอ่อนและตัวแก่จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ช่อดอกแห้งและดอกร่วงติดผลน้อยหรือไม่ติดผล ในขณะเดี่ยวกันเพลี้ยจั๊กจั่นจะถ่ายมูลมีลักษณะเป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบช่อดอก ผล และรอบๆ ทรงพุ่ม ทำให้ใบมะม่วงเปียก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดราดำปกคลุมมีผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสง ใบอ่อนที่ถูกดูดกินน้ำเลี้ยง โดยเฉพาะระยะใบเพสลาด จะบิดงอโค้งลงด้านใต้ใบและมีอาการปลายใบ 

 การป้องกันและกำจัดเพลี้ยจักจั่น หลังการเก็บเกี่ยวควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อลดแหล่งหลบซ่อนของเพลี้ยจักจั่น เมื่อระยะก่อนมะม่วงออกดอก ใช้สารเคมี ได้แก่ เซฟวิน(คาร์บาริลcarbaryl) 85% อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทั่วทั้งต้นและเน้นตามยอดให้ทั่ว 1 ครั้ง และ เมื่อมะม่วงเริ่มแทงช่อดอกฉีดพ่นอีกอีก 1 ครั้ง ถ้าหากพบระบาดรุนแรงควรเปลี่ยนสารเคมีพ่นด้วยสารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ คือ เช่น แอมบุช(เพอร์เมทริน permethrin) 10% อัตรา 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาราเต้(แลมป์คาไซฮาโลทริน lambdacyhalothrin) 2.5% อัตรา 7 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หมั่นตรวจดูเรื่อยๆ หากพบแมลงอยู่อีก การพ่นสารเคมีคือความจำเป็นต้องฉีดพ่นซ้ำอีก เพื่อลดการเสียหายที่จะเกิดขึ้น.


มะม่วงราคาดี อาร์ทูอีทู


สำหรับท่านที่คิดว่ากำลังจะปลูกมะม่วง และยังไม่รู้จะปลูกพันธุ์อะไรดี ณ เวลานี้มะม่วงที่ราคาดีและเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกน่าจะมาเป็น อันดับหนึ่งก็คือมะม่วง อาร์ทูอีทู อันดับสอง น้ำดอกไม้สีทอง อันดับสามมะม่วงจินฮวงและมะม่วงมหาชนก สำหรับมะม่วงอาร์ทูอีทูเป็นมะม่วงที่มีถิ่นกำเหนิดอยู่ที่ประเทศออส เตรเลียปลูกง่ายโตเร็ว การติดผลดก เมื่อมีลูกแล้วไม่ต้องห่อผลให้สิ้นเปลืองและยุ่งยากเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แถมลูกก็โตน้ำหนักผลมาก เมื่อเวลาขายก็ทำให้ได้เงินมากกว่า ที่สำคัญลักษณะผลและรูปทรงก็เหมือนกันหมดเพียงแต่ขนาดอาจจะแตกต่างกันไปบ่าง เหมือนกับผลแอบเปิล ถ้าเปรียบเทียบกับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมีลักษณะผลที่ได้รูปทรงที่ดีแล้วยังมีลักษณะเล็กที่เป็นรูปหัวนกอีกทำให้ต้องเด็ดทิ้งหรือคนงานอาจจะเผลอห่อทำให้ขายได้ราคาที่ต่ำกว่า ถ้าท่านกำลังคิดทำสวนมะม่วงแนะนำให้ปลูกมะม่วง อาร์ทูอีทู นะครับผู้เขียนรับรองภายในสองสามปีรวยแน่.


ประวัติความเป็นมาของมะม่วง 


มะม่วง เป็นไม้ยืนต้นในตระกูล Mangifera ซึ่งเป็นผลไม้เมืองร้อนในวงศ์ Anacardiaceae ชื่อวิทยาศาสตร์: Mangifera indicaเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย นับย้อนไปได้ถึง 25-30 ล้านปีก่อน มะม่วงมีความแตกต่างประมาณ 49 สายพันธุ์กระจายอยู่ตามประเทศในเขตร้อนตั้งแต่อินเดียไปจนถึงฟิลิปปินส์ จากนั้นจึงแพร่หลายไปทั่วโลก เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบโต ยาว ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ใบอ่อนสีแดง ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็ก สีขาว ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง เมล็ดแบน เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง ผลมะม่วงนำมารับประทานได้ทั้งดิบและสุก มะม่วงดิบเปลือกสีเขียวเนื้อสีขาวส่วนใหญ่มีรสเปรี้ยว ยกเว้นบางพันธุ์ที่เรียกว่ามะม่วงมัน ส่วนผลสุกจะมีสีเหลืองทั้งเปลือกและเนื้อ รับประทานสด หรือ นำไปทำเป็นอาหารเช่น ข้าวเหนียวมะม่วง อีกทั้งมีการนำไปแปรรูป เช่น มะม่วงกวน มะม่วงมีพันธุ์มากมายหลากหลายสายพันธุ์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เช่น เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ โชคอนันต์ อกร่อง จินหวง อาร์ทูอีทู น้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงหาชนก มะม่วงแก้ว 
ในประเทศไทยมะม่วงสามารถปลูกได้ทุกภาค ปลูกปีเดียวก็สามารถให้ผลผลิตได้แล้ว และสามารถออกดอกติดผลได้ทุกปี มะม่วงเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ประเทศไทยส่งออกมะม่วงเป็นอันดับ 3 รองจากฟิลิปปินส์ และเม็กซิโก เป็นผลไม้ประจำชาติของอินเดีย ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ รวมทั้งบังกลาเทศ มะม่วงแบ่งตามความนิยมในการรับประทานเป็น 3 ประเภทคือ 
มะม่วงรับประทานดิบได้แก่พันธุ์ที่มีรสหวานมันตอนแก่จัด เช่น เขียวเสวย แรด พิมเสนมัน ทองดำ เขียวไข่กา หรือมีรสมันตอนอ่อนไม่เปรี้ยว เช่น ฟ้าลั่น หนองแซง มะม่วงเหล่านี้เมื่อสุกแล้วจะหวานชืด ไม่อร่อย 
มะม่วงรับประทานสุก เมื่อดิบมีรสเปรี้ยว ต้องบ่มให้สุกก่อนรับประทานเช่น อกร่อง นวลจันทร์ น้ำดอกไม้ 
มะม่วงนำมาแปรรูป แก่จัดมีรสมันอมเปรี้ยว เมื่อสุกหวานอมเปรี้ยวหรือหวานชืด จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงดอง มะม่วงกวนและอื่นๆ เช่น มะม่วงแก้ว พิมเสนเปรี้ยวและสามารถนำไปประกอบอาหาร เช่น ใส่ในน้ำพริก ยำ เป็นต้น


การเปลี่ยนยอดมะม่วง 


การเสียบยอดมะม่วง เป็นการนำยอดพันธุ์ดีมาเสียบในต้นตอพันธุ์เดิม เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ตามที่ต้องการ เริ่มต้นโดยตัดต้นตอเก่าออกโดยให้สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร เตรียมยอดพันธุ์ดี โดยเลือกยอดที่มีตุ่มตาแตกออกมาเพื่อความรวดเร็วในการแตก เปิดเปลือกต้นตอกว้าง 1 เซนติเมตร และยาว 1 นิ้ว เฉือนแผลกิ่งพันธ์ุดีเป็นรูปลิ่มยาว 1 นิ้วปาดเป็นรูปปากฉลามปาดปลายด้านหลังออกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่ท่อน้ำท่ออาหารสัมผัสกับต้นต่อมากยิ่งขึ้น และอย่าเอามือไปถูกรอยแผลหลังปาดกิ่ง เสียบลงไปบนตอที่กรีดแผลไว้ ใช้เทปพันแผลให้แน่น เสร็จแล้วพันพลาสติก หลังจากที่เสียบยอดได้ประมาณ 20-25 วัน ยอดพันธุ์ดีก็จะเริ่มแตกตา ให้เปิดพลาสติกตรงบริเวณยอดพันธุ์ดี ให้ยอดพันธุ์ดีเจริญเติบโตต่อไป ตามที่เราต้องการ


มะะม่วงน้ำดอกไม้สีม่วง


ที่มาสายพันธุ์ เกิดจากการพัฒนาพันธุ์ของ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ด้วยวิธีผสมเกสร ระหว่างมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ปากน้ำ กับมะม่วงหงจูของไต้หวัน จากนั้นนำเอาเมล็ดที่ได้จากผลสุกหลายเมล็ด ไปเพาะเป็นต้นกล้าปลูกจนต้นโตมีดอกและติดผล ปรากฏว่าผลดกมาก รูปทรงผลเหมือนกับผลมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์พ่อ ส่วนสีผลไม่เป็นสีเขียว แต่จะเป็นสีม่วงตั้งแต่ติดผลอ่อนขนาดเล็ก กระทั่งผลแก่และสุกคล้ายสีของมะม่วงหงจู ซึ่งเป็นพันธุ์แม่ และสีจะเข้มกว่าอย่างชัดเจน ทำให้ดูสวยงามมาก ทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรฯ ได้ปลูกทดสอบพันธุ์จนมั่นใจว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อประจำพันธุ์ว่า “มะม่วงน้ำดอกไม้สีม่วง” พร้อมขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขาย กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ 
มะม่วงน้ำดอกไม้สีม่วง มีข้อโดดเด่นคือ ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 0.8-1.2 กิโลกรัมต่อผล ผลดิบรสเปรี้ยวไม่มากนัก ผลสุกหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ เมล็ดบางเล็ก เนื้อเหนียวแน่นไม่เละ กินกับข้าวเหนียวมูนหรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยได้คุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้มะม่วงกินสุกทั่วไปแม้แต่น้อย เป็นมะม่วงติดผลเรื่อย ๆ เกือบทั้งปี ขยายพันธุ์ทั่วไปด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด หากสนใจปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีม่วง  ต้องการกิ่งตอน หรือต้นพันธุ์ระบบเสียบยอด ติดต่อศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โทร. 08–1806–5513


ประโยชน์ของมะม่วง 


มะม่วงเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่า และเป้นผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน ที่มีทั้งรสชาติหวานมัน และเปรี้ยว มะม่วง ไม่ว่าจะกินตอนดิบหรือสุกแล้วก็อร่อยไม่แพ้กัน แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน มะม่วงเป็นผลไม้มากคุณประโยชน์มากมาย มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมต่ำ และยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 6 วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก และ แอสตรากาลิน (astragalin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีทรงพลัง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ 
คุณประโยชน์ของมะม่วง 
1. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่­­­างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ระดับความดันโลหิตถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศอีกด­­­้วย 
2. ป้องกันโรคมะเร็ง สารประกอบฟีนอล ที่พบในมะม่วงอย่างเช่น เควอซิทิน (Quercetin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) แอสตรากาลิน (astragalin) ไฟเซติน (fisetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) มีฤทธิ์เป็นสารต้านนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการตอต้านการเก­ิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ในมะม่วงก็ยังมีเพคติน (pectin) สูง และมีผลการวิจัยพบว่าสารเพคตินนี่ล่ะที่มีผลต่อการป้องกันการเก­­­ิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้ 
3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น เพราะในมะม่วงนั้นมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนให้ง่ายต่อการ­­­ดูดซึมของร่างกาย ขณะที่ไฟเบอร์ในมะม่วงก็สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้ดี­­­ 
4. ป้องกันโรคหัวใจ วิตามินเอและวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในมะม่วงยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยการลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) เพราะเจ้าโฮโมซิสเตอีนนี่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถสร้างความเสียห­­­ายให้กับผนังหลอดเลือดได้ อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ 
5. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ในร่างกาย เพคตินและวิตามินซีในมะม่วงเป็นพระเอกที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ 
6. บำรุงสมอง วิตามินบี 6 ในมะม่วงนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันและสร้างเสริมการทำงานของสมอง เพราะเจ้าวิตามินบี 6 นี้มีส่วนสำคัญในการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยในการกำ­หนดอารมณ์และรูปแบบในการนอนหลับ การเติมมะม่วงลงไปในอาหารจะช่วยให้ร่างกายได้รับกลูตาไมน์ (Glutamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองสามารถจดจำและมีสมาดีขึ้น และยังทำให้เซลล์สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย 
7. รักษาโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน วิธีการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคืออการไม่รับประทานของหวาน ซึ่งมะม่วงก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแต่ขอบอกไว้เลยว่ามะม่วงนี­­­่ล่ะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ เพียงแค่นำใบมะม่วง 10-15 ใบแช่ลงในน้ำอุ่นและปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นในตอนเช้­านำน้ำนี้มาดื่มในขณะที่ท้องว่าง จะสามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ วิธีนี้สามารถรับประทานได้ทั้งคนที่เป็นเบาหวานหรือไม่เป็นก็ได้­ หากผู้ที่มีสุขภาพปกติดื่มน้ำแช่ใบมะม่วงก็จะยิ่งช่วยป้องกันโร­­­คเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น 
8. บำรุงสายตา มะม่วงมีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตาให้ยังใสปิ๊งปั๊งอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องการการเสื่อมของจอประสาทตาเมื่ออายุ­­­มากขึ้นได้อีกด้วย 
9. บำรุงผิวพรรณ เพราะวิตามินเอในมะ­­­ม่วงนั้นมีคุณประโยชน์ในเรื่องผิวพรรณ การรับประทานมะม่วงทำให้เราได้รับวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการให­­­ลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ช่วยให้การอุดตันของรูขุมขนลดลงส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียนได้ 
10. รักษาสิว เพราะเนื้อมะม่วงนี้แม้เราจะไม่ได้รับประทานแต่ก็สามารถใช้บำรุ­­­งผิวพรรณ ลดสิวบนใบหน้าที่กวนใจได้ เพียงฝานมะม่วงบาง ๆ วางใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก วิตามินเอในมะม่วงก็ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นปลิดทิ้งเลย 
11. รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งครรภ์ มะม่วงเปรี้ยว ๆ ถือเป็นของที่ถูกใจว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามะม่วงมีดีเพียงแค่นั้น เพราะมะม่วงก็มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน­­­ เพราะหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และการรับประทานมะม่วงก็จะช่วยให้ธาตุเหล็กอันเป็นสาเห­ตุของโรคโลหิตจางมีระดับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ 
12. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย มะม่วงมีสารเบต้าแคโรทีมเช่นเดียวกับผักผลไม้มีสีส้มและสีเหลือ­งอื่น ๆ เช่น แครอท เป็นต้น โดยสารเบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารแคโรทีนอยด์อันมีคุณสมบัติในการส­­­ร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยง่ายก็ควรจะรับประทานมะม่วงเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น 

 ในมะม่วงดิบปริมาณ 100 กรัมมีคุณค่าทางอาหารดังนี้ 
1.น้ำ 83.46 กรัม 2.พลังงาน 60 กิโลแคลอรี 3.ปรตีน 0.82 กรัม 4.ฟเบอร์ 1.6 กรัม 5.น้ำตาล 13.66 กรัม 6.แคลเซียม 11 มิลลิกรัม 7.ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม 8.แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 9.ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม 10.โซเดียม 1 มิลลิกรัม 11.สังกะสี 0.9 มิลลิกรัม 12.วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม 13.วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม 13. วิตามินเอ 1,082 ยูนิต


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ป้ายบทความ

การกำจัดเพลี้ยจักจั่นมะม่วง การกำจัดหนอนเจาะกิ่งมะม่วง การขยายพันธุ์มะม่วง การขยายพันธุ์มะม่วงจินหวง การดูแลมะม่วงช่วงพักต้น การดูแลมะม่วงดอกบาน การดูแลมะม่วงเมื่อติดผล การดูแลรักษาเมื่อติดผล การตัดแต่งกิ่ง การตัดแต่งกิ่งมะม่วง การทำมะม่วงนอกฤดู การทำสวนมะม่วง การบำรุงช่วงมะม่วงออกดอก การบำรุงต้นมะม่วง การปลูกมะม่วง การปลูกมะม่วงมหาชนก การเปลี่ยนยอดมะม่วง การเปลี่ยนยอดมะม่วงจินหวง การเพาะเมล็ดมะม่วง การเสียบยอดมะม่วง การใส่ปุ๋ยมะม่วง การใส่ปุ๋ยมะม่วงหลังเก็บผลผลิต การให้น้ำมะม่วง การให้ปุ๋ยมะม่วง การให้มะม่วงออกฤดูได้ ขั้นตอน การทำมะม่วงนอกฤดู ขายมะม่วงให้ได้ราคาดี จินฮวง'ผลโตเร็ว ช่อมะม่วงจินฮวง ถิ่นกำเหนิดของมะม่วง เทคนิคปลูกมะม่วงขายได้ราคาดี น้ำดอกไม้สีม่วง ประโยชน์ของมะม่วง ประวัติของมะม่วง ปลายฝนต้นหนาว ปลุกมะม่วงอะไรดี ปลูกมะม่วงงามเมืองย่า ปลูกมะม่วงราคาดี พันธุ์เขียวมรกต พันธุ์จินฮวง พันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้มัน เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยแป้งในมะม่วง เพลี้ยแป้งมการกำจัดเพลี้ยแป้ง มะม่วงเขียวมรกต มะม่วงเขียวใหญ่ มะม่วงงามเมืองย่า มะม่วงจินหวงเริ่มออกช่อแล้ว มะม่วงจินฮวงติดผลดี มะม่วงดอกบาน มะม่วงแดงจักรพรรดิ์ มะม่วงนอกฤดู มะม่วงน้ำดอกไม้มัน มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงน้ำดอกไม้สีม่วง มะม่วงพันธุ์เคนซิงตัน ไพรด์ มะม่วงพันธุ์จินหัว มะม่วงพันธุ์ ยู่เหวิน มะม่วงพันธุ์ ยู่เหวินใต้หวัน มะม่วงพันธุ์ใหม่ มะม่วงมหาชนก มะม่วงราคาดี มะม่วงราคาแพง ยู่เหวินเบอร์ 6 วิธีการตัดแต่งกิ่งมะม่วง วิธีการทำมะม่วงนอกฤดู วิธีกำจัดเพลี้ยจักจั่น วิธีขั้นตอนการทำมะม่วงนอกฤดู วิธีช่วยให้มะม่วงออกดอกได้ดี วิธีทำให้มะม่วงออกดอก สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หนอนเจาะกิ่งมะม่วง